rossarin000
วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553
| วิวัฒนาการทอผ้าไหมไทย . วิวัฒนาการของการทอผ้าใน ประเทศไทย แม้ว่าเราจะไม่มีหลักฐาน ที่แน่ชัดมาใชอธิบายเรื่องจุดกำเนิดของการทอผ้าในประเทไทยก็ตาม แต่ก็อาจจะกล่าวได้ว่า การทอผ้าเป็นงานศิลปหัตถกรรมที่เก่าแก่ที่สุดอย่างหนึ่งที่มนุษย์ในสมัย โบราณที่อาศัยอยู่ในดินแดนนี้รู้จัก ทำขึ้นตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ภาพเขียนสีบนผนังถ้ำเช่น ที่ เขาปลาร้า จังหวัดอุทัยธานี อายุประมาณ ๒,๕๐๐ ปีมาแล้ว มีรูปมนุษย์โบราณกับสัตว์ เลี้ยง เช่น ควาย และสุนัข แสดงว่ามนุษย์ยุคนั้น รู้จักเลี้ยงสัตว์แล้ว ลักษณะการแต่งกายของมนุษย์ยุคนั้นดูคล้ายกับจะเปลือยท่อนบน ส่วนท่อนล่างสันนิษฐานว่าจะ ใช้หนังสัตว์ หรือผ้า หยาบๆ ร้อยเชือกผูกไว้รอบๆ สะโพก บนศีรษะประดับด้วยขนนก จากภาชนะเครื่องปั้นดิน เผาโบราณที่พบ บริเวณถ้ำผี จังหวัดแม่ฮ่องสอน อายุประมาณ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ ปีมาแล้ว พบว่ามีการตกแต่งด้วยรอยเชือก และรอยตาข่ายทาบ ทำให้เราสันนิษฐาว่า มนุษย์น่าจะรู้จักทำเชือกและ ตาข่ายก่อน โดยนำพืชที่มีใยมาฟั่นให้เป็นเชือก แล้วนำเชือกมาผูก หรือถักเป็นตาข่าย จากการถักก็พัฒนาขึ้นมาเป็นการทอ ด้วยเทคนิคง่ายๆ แบบการจักสานคือนำเชือกมาผูกกับไม้หรือยึดไว้ให้ด้ายเส้นยืนแล้วนำเลือกอีก เส้นหนึ่งมาพุ่งขัดกับด้ายเส้นยืน เกิดเป็นผืนผ้าหยาบๆ ขึ้น เหมือนการขัดกระดาษหรือการจักสาน เกิดเป็นผ้ากระสอบ แบบหยาบๆ เราพบหลักฐานที่สำคัญทาง โบราณคดีที่บริเวณบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี เช่น พบกำไล สำริด ซึ่งมีสนิม และมีเศษผ้าติดอยู่กับคราบสนิม นั้น นักวิทยาศาสตร์ อธิบายว่า สนิมเป็นตัวกัด กร่อนโลหะซึ่งเป็นอนินทรียวัตถุ แต่กลับเป็นตัวอนุรักษ์ผ้าซึ่งเป็นอินทรียวัตถุไว้ไม่ให้ เสื่อมสลายไปตามกาลเวลา ที่แหล่งบ้านเชียงนี้ เรายังพบ แวดินเผาซึ่งเป็น อุปกรณ์การปั่นด้ายแบบง่ายๆ และพบลูกกลิ้งแกะลาย สำหรับใช้ทำลวดลายบน ผ้าเป็นจำนวนมาก จึงทำให้พอจะสันนิษฐานได้ว่า มนุษย์อาศัยอยู่ในบริเวณบ้านเชียงเมื่อ ๒,๐๐๐-๔,๐๐๐ ปีมาแล้ว รู้จัก การปั่นด้าย ทอผ้า ย้อมสี และพิมพ์ลวดลายลงบนผ้าอีกด้วย |
วิธีการปลูกผักสวนครัว
1. การปลูกผักในแปลงปลูก มีขั้นตอน คือ
1. การปลูกผักในแปลงปลูก มีขั้นตอน คือ
1.1 การพรวนดิน ใช้จอบขุดดินลึกประมาณ รวนดินให้มีโครงสร้างดีขึ้น กำจัดไข่แมลงหรือโรคพืชที่อยู่ในดิน โดยการพรวนดิกำจัดวัชพืชในดินนตากทิ้งไว้ประมาณ 7-15 วัน
1.2 การยกแปลง ใช้จอบพรวนยกแปลงสูงประมาณ 4-5 นิ้ว จากผิวดิน โดยมีความกว้างประมาณ 1-1.20 เมตร ส่วนความยาวควรเป็นตามลักษณะของพื้นที่หรืออาจแบ่งเป็นแปลงย่อยๆ ตามความเหมาะสม ความยาวของแปลงนั้นควรอยู่ในแนวทิศเหนือ-ใต้ ทั้งนี้เพื่อให้ผักได้รับแสงแดดทั่วทั้งแปลง 1.3 การปรับปรุงเนื้อดิน เนื้อดินที่ปลูกผักควรเป็นดินร่วนแต่สภาพดินเดิมนั้นอาจจะเป็นดินทรายหรือ ดินเหนียว จำเป็นต้องปรับปรุงให้เนื้อดินดีขึ้นโดยการใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก อัตราประมาณ 2-3 กิโลกรัม ต่อเนื้อที่ 1 ตารางเมตร คลุกเคล้าให้เข้ากัน
1.4 การกำหนดหลุมปลูก จะกำหนดภายหลังจากเลือกชนิดผักต่าง ๆ แล้วเพราะว่าผักแต่ละชนิดจะใช้ระยะปลูกที่แตกต่างกัน เช่น พริก ควรใช้ระยะ 75 x 100 เซนติเมตร ผักบุ้งจะเป็น 5 x 5 เซนติเมตร เป็นต้น
2. การปลูกผักในภาชนะ
การปลูกผักในภาชนะควรจะพิจารณาถึงการหยั่งรากของพืชผักชนิดนั้นๆ พืชผักที่หยั่งรากตื้นสามารถปลูกได้ดีในภาชนะปลูกชนิดต่างๆ และภาชนะชนิดห้อยแขวนที่มีความลึกไม่เกิน 10 เซนติเมตร คือ
ผักบุ้งจีน คะน้าจีน ผักกาดกวางตุ้ง (เขียวและขาว) ผักกาดฮ่องเต้ ผักกาดหอม ผักกาดขาวชนิดไม่ห่อ (ขาวเล็ก ขาวใหญ่) ตั้งโอ๋ ปวยเล้ง หอมแบ่ง (ต้นหอม) ผักชี ขึ้นฉ่าย ผักโขมจีน กระเทียมใบ (Leek) กุยช่าย กระเทียมหัว ผักชีฝรั่ง บัวบก สะระแหน่ แมงลัก โหระพา (เพาะเมล็ด) กะเพรา (เพาะเมล็ด) พริกขี้หนู ตะไคร้ ชะพลู หอมแดง หอมหัวใหญ่ หัวผักกาดแดง (แรดิช)
วัสดุที่สามารถนำมาทำเป็นภาชนะปลูกอาจดัดแปลงจากสิ่งที่ใช้แล้ว เช่น ยางรถยนต์เก่า กะละมัง ปลอกซีเมนต์ เป็นต้น สำหรับภาชนะแขวนอาจใช้ กาบมะพร้าว กระถาง หรือเปลือกไม้
วิธีการปลูกผักในภาชนะแบ่งออกได้เป็น 2 วิธี
2.1 เพาะเมล็ดด้วยการหว่านแล้วถอนแยกหรือหยอดเป็นแถวแล้วถอนแยก ซึ่งพืชที่ควรปลูกด้วยวิธีนี้ ได้แก่
| - ผักบุ้งจีน | - คะน้าจีน | - ผักกาดขาวกวางตุ้ง |
| - ผักกาดเขียวกวางตุ้ง | - ผักฮ่องเต้ (กวางตุ้งไต้หวัน) | - ตั้งโอ๋ |
| - ปวยเล้ง | -ผักกาดหอม | - ผักโขมจีน |
| - ผักชี | - ขึ้นฉ่าย | - โหระพา |
| - กระเทียมใบ | - กุยฉ่าย | - หัวผักกาดแดง |
| - กะเพรา | - แมงลัก | - ผักชีฝรั่ง |
| - หอมหัวใหญ่ |
2.2 ปักชำด้วยต้น และด้วยหัว ได้แก่
| - หอมแบ่ง (หัว) | - ผักชีฝรั่ง | - กระเทียมหัว (ใช้หัวปลูก) |
| - หอมแดง (หัว) | - บัวบก (ไหล) | - ตะไคร้ (ต้น) |
| - สะระแหน่ (ยอด) | - ชะพลู (ต้น) | - โหระพา (กิ่งอ่อน) |
| - กุยช่าย (หัว) | - กะเพรา (กิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน) | - แมงลัก (กิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน) |
วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553
ดอยกาดผี
วันนี้ขอแนะนำที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายค่ะ นั่นคือ ดอยกาดผี จะชวนเพื่อนๆไปชมทะเลหมอก 360 องศา และที่สำคัญทะเลหมอกที่ไหน ๆ ก็ดูได้เพียง 180 องศา แต่ทางทิศตะวันออกของดอยกาดผี มีดีไม่เหมือนใคร ทะเลหมอกสวย ดูได้รอบตัว 360 องศา
ดอยกาดผี แหล่งชมทะเลหมอกใหม่ล่าสุด สวยที่สุดและมหัศจรรย์ที่สุดของจังหวัดเชียงราย ซ่อนความงามอยู่ ในเทือกเขาดอยวาวี อำเภอแม่สรวย ใช้เวลาเดินทางจากเชียงรายใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง โดยรถยนต์ มุมมองที่สวยที่สุดอยู่ทางทิศตะวันออก เป็นมุมพานอรามา เห็นเทือกเขาสลับซับซ้อนสวยงาม และยังมีมุมอื่น ๆ ที่สามารถชมได้รอบตัว ใกล้กับดอยนี้ มีที่เที่ยวคือดอยวาวีแหล่งปลูกชา และดอยช้างซึ่งเป็นแหล่งปลูกกาแฟขึ้นชื่อของเมืองไทย เมื่อมาที่นี่ยังสามารถชมดอกนางพญาเสือโคร่ง (ซากุระเมืองไทย) บานได้อีกด้วย
จากตัวจังหวัดเชียงรายใช้ทางหลวงหมายเลข 1 และ 118 ก่อนถึง อ.แม่สรวย มีทางเลี้ยวขวาขึ้นดอยวาวี พอเลยดอยวาวีจะมีทางแยกขวาขึ้นห้วยชมภู เป็นทางเล็กระหว่างหมู่บ้านต่อไปจนถึงดอยกาดผี
ดอยกาดผี แหล่งชมทะเลหมอกใหม่ล่าสุด สวยที่สุดและมหัศจรรย์ที่สุดของจังหวัดเชียงราย ซ่อนความงามอยู่ ในเทือกเขาดอยวาวี อำเภอแม่สรวย ใช้เวลาเดินทางจากเชียงรายใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง โดยรถยนต์ มุมมองที่สวยที่สุดอยู่ทางทิศตะวันออก เป็นมุมพานอรามา เห็นเทือกเขาสลับซับซ้อนสวยงาม และยังมีมุมอื่น ๆ ที่สามารถชมได้รอบตัว ใกล้กับดอยนี้ มีที่เที่ยวคือดอยวาวีแหล่งปลูกชา และดอยช้างซึ่งเป็นแหล่งปลูกกาแฟขึ้นชื่อของเมืองไทย เมื่อมาที่นี่ยังสามารถชมดอกนางพญาเสือโคร่ง (ซากุระเมืองไทย) บานได้อีกด้วย
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : 05.30 – 06.30 น.
ฤดูกาลที่ดีที่สุด : เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม
จุดชมวิวที่ดีที่สุด : จุดชมวิวด้านล่างและบริเวณสันเนินขึ้นดอยด้านบน
เส้นทางการเดินทางฤดูกาลที่ดีที่สุด : เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม
จุดชมวิวที่ดีที่สุด : จุดชมวิวด้านล่างและบริเวณสันเนินขึ้นดอยด้านบน
จากตัวจังหวัดเชียงรายใช้ทางหลวงหมายเลข 1 และ 118 ก่อนถึง อ.แม่สรวย มีทางเลี้ยวขวาขึ้นดอยวาวี พอเลยดอยวาวีจะมีทางแยกขวาขึ้นห้วยชมภู เป็นทางเล็กระหว่างหมู่บ้านต่อไปจนถึงดอยกาดผี
วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553
นักวิทยาศาสตร์ของโลก
- เซอร์ ไอแซค นิวตัน
- ประวัติ
- เซอร์ไอแซค นิวตันเกิดเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 1642 ที่ลินคอล์นเชียร์ อังกฤษมในสมัยที่เป็นเด็กไม่ค่อยสนใจในการเรียนนัก ชอบทางด้านเครื่องจักร เครื่องกล แต่พออายุได้ 15 ปี เขากลับเอาใจใส่การศึกษามากขึ้น พอบิดาของเขาถึงแก่กรรมลง มารดาก็ตั้งใจจะให้เขาทำงานในฟาร์มเหมือนบิดา แต่เขาไม่ชอบ นิวตันเป็นคนไม่ชอบเพื่อน ฉะนั้นเขาจึงมีเวลามากพอที่จะหมกมุ่นอยู่กับตำราเป็นส่วนใหญ่ เขาเริ่มคิดประดิษฐ์สิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ ขึ้น เป็นต้นว่า โรงสีลมเล็กๆ ซึ่งใช้กำลังงานกระแสลมทำให้เครื่องจักรหมุน และสร้างนาฬิกาน้ำโดยให้หยดลงมาในถังแล้วสังเกตระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นมา พอนิวตันจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เมื่อ ปี 1665 เขาก็ทำงานเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยนี้พอเกิด โรคระบาด มหาวิทยาลัยปิดชั่วคราว นิวตันจึงกลับไปทำงานส่วนตัวที่บ้าน ในช่วงเวลานั้นเป็นระยะที่เขาได้ความคิดเกี่ยวกับงานสำคัญของเขาในเวลา ต่อมาหลายเรื่อง เมื่อเขาทำงานเงียบๆ ด้วยตัวเอง คิดถึงสิ่งต่างๆ ที่เขาได้สังเกตและสามารถเห็นเหตุผลที่ทำให้เกิดขึ้น ซึ่งคนอื่นมองเห็นเป็นเรื่องธรรมดาเช่น การสัเกตการหล่นของผลแอปเปิ้ล ที่ให้เขาได้ความคิดเกี่ยวกับแรงโน้มถ่วง ซึ่งเป็นแรงดึงดูดทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกและเป็นแรงที่ทำให้ โลก ดวงจันทร์ ดาวเคราะห์ และต่างๆ อยู่ในระบบสุริยะ คนที่ไปมองเห็นสีของรุ้งกินน้ำในท้องฟ้า แต่นิวตันรู้และสามารถพิสูจน์ได้ว่า แสงที่เราเห็นว่า ไม่มีสีหรือที่เรียกว่ามีสีขาวเกิดจากสีรุ้งนั่นเอง นิวตันเป็นคนที่อ่อนไหว เขาไม่ชอบการขัดแย้งกัน และมักจะโกรธต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เขาไม่ได้ตี พิมพ์เรื่องแรงโน้มถ่วงเป็นเวลาหลายปี ในระหว่างนั้นเขาได้ศึกษาวิธีที่สร้างกล้องโทรทรรศน์ และเมื่อเขากลับไปเคมบริดจ์ เขาได้สร้างกล้องโทรทรรศน์แบบใหม่ แบบมีตัวสะท้อนแสง แล้วกล้องโทรทรรศน์นี้ ทำให้เขามีชื่อเสียงและได้รับเชิญให้เข้าร่วมในราชสมาคมชั้นนำของนักวิทยา ศาสตร์ในประเทศอังกฤษ แต่โรเบิร์ต ฮุค ซึ่งเป็นสมาชิกคนหนึ่งของสมาคมได้วิจารณ์ความคิดของเขาเกี่ยวกับธรรมชาติของ แสง นิวตันและฮุคจึงไม่เคยเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอีกเลย นิวตันยังมีความสนใจในสิ่งนอกเหนือไปจากวิทยาศาสตร์ เขาได้เป็นสมาชิกรัฐสภาในช่วงเวลาสั้นๆ จากนั้นในปี 1699 เขาก็ได้เป็นหัวหน้ากองกษาปณ์ของราชสำนัก ซึ่งผลิดเหรียญที่ใช้กันในประเทศถึงแม้ว่าเขาจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ แต่เขาก็มีความคิด บางอย่างที่แปลกประหลาด เช่น เขาเชื่อในเรื่องโหราศาสคร์ เชื่อในทฤษฏีที่ดวงดาวมีอิทธิพลต่อโชคชะตาของคน เขาได้ศึกษาเกี่ยวกับการเล่นแร่แปรธาตุ ซึ่งเชื่อกันว่าจะสามารถเปลี่ยนโลหะเช่น ทองแดงให้เป็นทองได้ ในสมัยของนิวตัน ผู้คนมีเชื่อกันเช่นนี้มาก ซึ่ง ในปัจจุบันเราทราบว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ไอแซค นิวตัน เป็นบุคคลที่มุ่งทำประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าชีวิตของตนเอง เขามีความสุขอยู่กับการทดลอง วิทยาศาสตร์และการคำนวณภายในห้องทดลองของเขายิ่งกว่าอื่นใด เขาได้รับพระราชทานบรารดาศักดิ์เป็นท่าน " เซอร์"เมื่อมีอายุร่วม 60 ปีแล้วเซอร์ ไอแซคนิวตัน ถึ่งแก่กรรมเมื่ออายุได้ 84 ปี และถูกฝังในสุสานวิหารเวสมินสเตอร์ ซึ่งในปัจุบันนี้มีอนุสาวรีย์ของเขาตั้งอ่ยู่ แม้ว่ามทุกคนจะระลึกถึงเขาว่าเป็น บุคคลสำคัญคนหนี่ง แต่ตัวเขาเคยพูดว่า ฉันมองได้ไกลกว่าคนส่วนใหญ่ก็เพราะฉันยืนอยู่บนไหล่ของยักษ์ ผลงาน
- -เป็นผู้พบแรงดึงดูด ของโลก -เป็นผู้สร้างกล้องโทรทรรศน์ชนิดสะท้อนแสง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)